กินของหวานเสี่ยง…เป็นเบาหวานจริงหรือไม่

น้ำตาล breezyบรีซซี่เบาหวาน

กินของหวานเสี่ยงเป็นเบาหวานจริงหรือไม่ ?

น้ำตาล จัดเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ไม่มีเส้นใยอาหาร น้ำตาล 1 กรัมให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี ข้อแนะนำในการรับประทานน้ำตาล คือ จำกัดไว้ที่ 5-10% ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมดในหนึ่งวัน ซึ่งตามหลักโภชนาการแนะนำ ให้กินน้ำตาลในปริมาณน้อยเช่นเดียวกับไขมันและเกลือ สำหรับคนไทยกองโภชนาการแนะนำว่า ไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน คนส่วนใหญ่เมื่อกินน้ำตาล ในรูปเครื่องปรุง หรือขนมหวานมักลืมว่าน้ำตาลให้พลังงานเช่นเดียวกับข้าวและแป้ง จึงถือเป็นพลังงานส่วนเกินที่ร่างกายจะได้รับ น้ำตาลเพียง 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานถึง 48 กิโลแคลอรีซึ่งเท่ากับข้าวประมาณ ½ ทัพพี อีกทั้งยังไม่มีวิตามิน เกลือแร่ กากใยอาหารที่ร่างกายต้องการ ดังนั้นการกินหวานมากเกินไป จึงทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา เช่น ฟันผุ ไขมันในเลือดสูง อ้วนง่าย

โรคเบาหวาน สาเหตุ เกิดจากอะไร? กินของหวาน เสี่ยงเป็น โรคเบาหวาน จริงไหม? เป็นคำถามที่หลายๆ คนสงสัยว่าจริง ๆ แล้วของหวานทำให้เราเป็นเบาหวานได้จริงหรอ?

     ในปัจจุบันคนไทยจำนวนมากกินน้ำตาลเยอะขึ้นทุกวันโดยไม่รู้ตัว  เห็นได้จากชานมไข่มุก ที่เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนไทย ที่มี น้ำตาล สูงถึง 8 – 11 ช้อนชา แม้จะรู้ว่า น้ำตาล สูงแค่ไหนแต่หลาย ๆ คนก็ยังคงเลือกที่จะดื่มมันอยู่ใช่ไหมคะ  แต่ยิ่งดื่มมาก ๆ ก็ยิ่งเสี่ยงเป็นเบาหวานได้

    เห็นได้จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊ก โพสต์ผลตรวจของหญิงวัย 46 ปีรายหนึ่ง ที่มีระดับน้ำตาลสูงจนน่าตกใจ จากกการซักถามประวัติพบว่า เธอดื่มชานมไข่มุกเป็นประจำทุกวัน ทำให้เธอเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด และนั่นก็เป็นอาการของเบาหวานที่มีน้ำตาลสูงมากนั่นเอง ดังนั้นของหวานถ้าเลิกไม่ได้ก็ควรบริโภคแต่พอดีนะคะ

การกินน้ำตาลมากๆมีผลโดยตรงต่อปริมาณน้ำตาลในเลือด แต่การที่จะเป็นเบาหวานหรือไม่ ขึ้นกับการทำงานของอินซูลิน และตับอ่อนเป็นสำคัญ

ขอบคุณข้อมูล : amprohealth